[Fan Fic]Time of flower Chapter 2-3-4

posted on 23 Apr 2011 18:33 by felionayoh

Title : Time of flower

 Prairing : 10069 , D18 , 8059 , 2784

Status : Chapter 1 , Chapter 2 , Chapter 3 , Chapter 4 .Chapter 5 , Chapter 6 , Chapter 7 , Chapter 8 

 

* กรุณาอย่านำไปเผยแพร่โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต เห็นใจกันบ้างถ้ายังมีจิตสำนึก *

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
Chapter 2 ::Chiaro
 

           “มุคุโร่คุงช่วยเป็นแฟนกับชั้นด้วยนะ...”

            “บ้าหรอครับ!! ผมเป็นผู้ชายนะ จะมาขอผมเป็นแฟนเนี้ย บ้าแล้วหรอครับ” มุคุโร่ลุกพรวดขึ้นทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำราวกับมะเชือเทศ นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างอย่างตกใจมากกว่านั้นเมื่ออีกฝ่ายเขยิบเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างๆ หูเบาๆ

            “...ไม่ดีหรือไง ได้เป็นแฟนกับคนหน้าตาดีอย่างชั้น หรือเธออยากได้มากกว่านั้น...”

 

            เผียะ!!!

 

          “แค่เห็นหน้าคุณผมก็สะอิดสะเอี้ยนเต็มทนแล้วละครับ ไม่จำเป็นจะต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก!!!”มุคุโร่ตวาดใส่หลังจากที่อีกฝ่ายโดนลูกตบเข้าไป  บนใบหน้าอันหล่อเหลามีรอยแดงรูปฝ่ามือน้อยๆ ของอีกฝ่ายตราอยู่บนใบหน้า  ก่อนที่มุคุโร่จะเดินปลีกออกไปนอกห้องโดยไม่สนใจเสียงนินทารอบข้าง

            เขาเดินไปตามระเบียงทางเดิน  นัยน์ตาสองสีเริ่มมีน้ำตาคลอ จนเกือบจะไหลลงมาถ้าเขาไม่ปาดมันออกไปซะก่อน

            …คนแบบนั้นน่ะ ถึงตายผมก็ไม่มีทางเป็นแฟนด้วยเด็ดขาด!!!...

            “มุคุโร่ เป็นอะไรไปน่ะ?”

            “พ...พี่ทาเคะ!!!”มุคุโร่หันไปตามเสียงก็พบกับพี่ชายคนรองที่มาเกาะไหล่เขาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้  และแน่นอนเมื่อน้องมีปัญหาและเห็นหน้าพี่ก็ต้องมีการกลั้นน้ำตาไม่อยู่บ้างละ  มุคุโร่วิ่งโผกอดพี่ชายคนรองแล้วปล่อยโฮทันที  ทาเคชิตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังพอคุมสติได้

            “มุคุโร่...มีอะไรก็บอกพี่สิ พี่ช่วยแก้ปัญหาได้นะ”ปากพูดไปงั้นแต่ที่จริงยังนึกไม่ออกว่าน้องเขาเป็นอะไร เพราะปรกติน้องเขาไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่โรงเรียน สถานที่ที่น้องเขาจะไม่มีวันปล่อยน้ำตาออกมาเด็ดขาด “เอางี้ ปรึกษาพี่เคียวยะกับฮายาโตะก่อนไหม จะได้มีคนช่วยหลายๆ ทางไง”

            มุคุโร่เงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มหวานจนทาเคชิเกือบจะหลงเสน่ห์น้องตัวเอง “ครับ พี่ชาย”

 

 

            “...เรื่องมันเป็นแบบนี้งั้นหรอ?”เคียวยะพูดขึ้นหลังจากที่มุคุโร่เล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาให้พี่ชายทั้งสามฟัง แต่เอ๊ะ? ทั้งสี่คนไม่ไปเรียนหรอ?

            “ว่าแต่...ไม่ให้ผมเข้าเรียนมันจะดีหรอครับ พี่เคียว?”มุคุโร่ถามเสียงอ่อย เขาเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยโดดเรียน  แต่ว่าโดดเรียนในชื่อประธานกรรมการรักษากฏแถมยังเป็นพี่ชายเขาอีกนี่มัน....

            “ช่างเถอะ เรื่องของแกสำคัญกว่า”เคียวยะว่าพลางยกน้ำชาขึ้นจิบ มุคุโร่ยิ้มน้อยๆ

            ...พี่ชายก็...ปากแข็งทุกทีสินะครับ...

            “แต่ชั้นว่าหมอนั่นพูดแรงกับน้องเรามากไปนะ มันถึงขั้นว่ามุคุโร่เสียบริสุทธิ์ไปเลยนะนั่นน่ะ”ทาเคชิว่า

            “ระเบิดบ้านมันซะเลยไหมพี่เคียว”ฮายาโตะว่าพลางคว้าระเบิดมาไว้ในมือ ใครที่บังอาจทำให้น้องเขาร้องไห้มันต้องตายด้วยน้ำมือเขา!!!

            “อย่าดีกว่า ชั้นไปสืบประวัติหมอนั่นมาแล้ว...”เอกสารกองใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะน้ำชาที่พวกเชานั่งกันอยู่ มุคุโร่มองเอกสารนั้นอย่างไม่เข้าใจ

            “หมายความว่ายังไงหรอครับพี่เคียว?”

            “เบียกคุรัน ลูกชายของหัวหน้ามาเฟียแก๊งมิลฟีโอเล่ เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าแก๊งคนต่อไป ความสามารถที่เป็นที่หนึ่งคือ ความแม่นปืน ความโหดเหี้ยม การวางแผนเป็นเลิศ เจ้าเล่ห์ และเพลย์บอยแห่งนามิโมริ

            ว่ากันว่ารอยสักที่ใต้ตานั้นคือสัญลักษณ์ของหัวหน้าแก๊งมิลฟีโอเล่ มีความเป็นไปได้ว่าหมอนั่นได้เป็นหัวหน้าแก๊งแล้ว  ถ้าขืนเราบุกไปฆ่ามันสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วละก็...พวกเรานั่นแหละที่จะตายเอง”เคียวยะร่ายยาวก่อนที่จะทิ้งตัวลงกับเก้าอี้นวมแล้วยกน้ำชาขึ้นมาจิบอีกครั้ง

            ทาเคชิ  ฮายาโตะ  และมุคุโร่กลืนน้ำลายดังเอื้อก ก่อนที่ตัวต้นเรื่องจะพูดขึ้น “คนอันตรายแบบนี้ผมว่าพวกเราไม่ควรเข้าใกล้เลยนะครับ ทางที่ดีเจอแล้วหนีออกห่างดีกว่าไหมครับ?”

            “ทำไมจะต้องออกห่างจากชั้นละ มุคุโร่คุง~~~”เสียงสยอง (สำหรับมุคุโร่) ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องรับรองของโรงเรียน นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างขึ้นในขณะที่พี่ชายทั้งสามเริ่มปล่อยรังสีอำมหิตออกมา

            ...ข้ามศพพวกชั้นไปก่อนถึงไปจะได้แตะต้องน้องชั้น!!!...

            “คุณน่ะไปไกลๆ ผมเลยไป!!! ไม่ต้องมายุ่งกับผม”มุคุโร่ลุกพรวดแล้วว่าใส่เบียกคุรัน เบียกคุรันยักไหล่ก่อนที่จะเดินมาหามุคุโร่ มุคุโร่ค่อยๆ เดินถอยหลังกลัวว่าคนตรงหน้าจะทำอะไรเขา เคียวยะเห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้ามาขวางพร้อมกับทาเคชิและฮายาโตะ

            “ขอเชิญนายกลับห้องเรียนไปได้แล้ว นี่มันเวลาเรียน ไม่ใช่เวลามาเดินเล่น”

            “หืม~~ ถ้าพวกเธอมาเดินเล่นได้ชั้นก็เดินเล่นได้เหมือนกันนะ  เคียวยะคุง  ทาเคชิคุง ฮายาโตะคุง”เบียกคุรันว่าพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาสีอเมทิสต์ทอดมองไปยังร่างของมุคุโร่ที่ยืนอยู่ข้างหลัง “อย่าลืมสิว่าชั้นเป็นใคร ข้อมูลของชั้นชั้นก็ส่งให้แล้วนี่น่า~~”

            “แกจงใจส่งมา?”

            เบียกคุรันยิ้มร่า “ข้อมูลของมาเฟียใครจะเปิดเผยมากขนาดนี้ละ ทั้งข้อมูลวันเกิด ส่วนสูง งานอดิเรก พ่อชื่ออะไรแม่ชื่ออะไร แถมยังบอกสัญลักษณ์ของหัวหน้าแก๊งอีกต่างหาก ถ้าไม่จงใจความลับก็รั่วไหลน่ะสิ~~”

            “แกจะเป็นใครก็ช่าง อย่ามายุ่งกับน้องชั้น”

            “คงจะไม่ได้หรอกนะ เพราะน้องเธอน่ะ น่ารักซะขนาดนี้น่ะนะ~~”เขาว่าพลางส่งสายตามองร่างบางของมุคุโร่อย่างกรุ้มกริ่ม มุคุโร่จ้องมองเขากลับอย่างโกรธเคือง เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามใบหน้าก่อนที่จะร่างของมุคุโร่จะค่อยๆ ล้มลงไปกับพื้น...

            นัยน์ตาเรียวสีดำของเคียวยะเบิกกว้าง ก่อนที่จะทรุดตัวลงแล้วอุ้มร่างบางของน้องชายขึ้นมา “ชั้นจะไปห้องพยาบาล”

 

 

            “อ่อ...สงสัยเป็นเพราะเครียดจัดน่ะจ้ะ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะจ้ะ”เสียงของอาจารย์ห้องพยาบาลแสนสวยเอ่ยขึ้นกับพี่ชายคนโตของมุคุโร่ เคียวยะเหลือบมองน้องชายสุดท้องของตนเองก่อนที่จะถามอาจารย์ห้องพยาบาลอีกครั้ง

            “ถ้าชั้นจะอยู่เฝ้าละ”

            “ก...ก็ตามสบายจ้ะ^^”

            อาจารย์ห้องพยาบาลเดินเลี่ยงจากเคียวยะไปอย่างหวาดๆ เพราะกลัวพี่แกเสยทอนฟาใส่  เคียวยะนั่งลงที่เก้าอี้สำหรับเวลามาเฝ้าผู้ป่วยก่อนที่จะลูบหน้ามุคุโร่เบาๆ

            “เครียดอะไรนักหนาน่ะ เจ้าพืชไร่ อยากป่วยเป็นโรคเครียดแล้วตายหรือไง”เคียวยะพูด “มีอะไรก็ปรึกษาชั้นได้ทำไมไม่ปรึกษานะ ชั้นเป็นพี่แกนะ”

            “ผมก็เครียดเรื่องในโรงเรียนนั่นแหละครับ และถ้าขืนผมบอกพี่ พี่ก็คงไปจัดการพวกนั้นที่นินทาว่าผมใช้อำนาจพี่ถึงสอบได้คะแนนดี”เสียงหวานของมุคุโร่เรียกให้เคียวยะสะดุ้ง ก่อนที่จะมองน้องชายตัวเองด้วยสายตาเย็นชาปนอายๆ นิดๆ ที่ตัวเองแสดงความเป็นห่วงให้เขาเห็น

            “คึหึหึหึ~~~ พี่เป็นห่วงผมก็บอกมาเถอะครับ ผมไม่ได้ว่าอะไรหรอก”

            “ใครเป็นห่วงแก!!”เคียวยะตวาดเสียงดังแต่ใบหน้ายังคงแดงเล็กน้อยเพราะโดนน้องแซว

            “ฮะๆ ช่างมันเถอะครับ พี่ไปเรียนก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมขอพักก่อน”ว่าพลางหันหน้าหนี เคียวยะมองใบหน้าครึ่งนึงของมุคุโร่แล้วถอนหายใจ

            “ชั้นไม่ไปจนกว่าแกจะเล่าว่าแกเครียดเรื่องอะไรบ้างและเพราะอะไรแกถึงเครียดถึงขนาดเป็นลมเหมือนผู้หญิง”

            มุคุโร่หันกลับมา “พี่จะฟังแน่หรอครับ?”

 

--------------------------------------------------------

 


 

 

 

Chapter 3 ::Amo mio fratello


 

            “พี่จะฟังแน่หรอครับ?”

            เคียวยะนั่งนิ่งพร้อมกับจ้องดวงตาสองสีของมุคุโร่ที่อ่านยากอย่างเอาเรื่อง  มุคุโร่ถอนหายใจ “ผมไม่ได้ว่า ว่าพี่จะไม่ฟังผม แต่ผมอยากรู้เฉยๆ ว่า พี่จะเชื่อหรือเปล่าก็เท่านั้น”

            เคียวยะเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มอีกนิด “ชั้นเชื่ออยู่แล้ว ก็แกเป็นน้องชั้นนี่หว่า”

            มุคุโร่ยิ้มน้อยๆ ให้พี่ชายคนโตที่วางฟอร์มมากท่า แต่เวลาน้องเป็นอะไรไปมักจะช่วยเหลือตลอด เด็กหนุ่มเริ่มเล่าเรื่องของตนเองให้พี่ชายฟังทันที

            “ผมย้ายมาที่นี่ตอนปี1 ใช่ไหมครับ ช่วงนั้นถ้าผมจำไม่ผิดพี่ได้ตำแหน่งประธานกรรมการรักษากฎพอดี ตั้งแต่ที่ผมย้ายมานั้นทั้งห้องก็นินทาว่า ผมใช้เส้นสายและอิทธิพลของพี่เข้ามาเรีย