[Fan Fic]Time of flower Chapter 2-3-4

posted on 23 Apr 2011 18:33 by felionayoh

Title : Time of flower

 Prairing : 10069 , D18 , 8059 , 2784

Status : Chapter 1 , Chapter 2 , Chapter 3 , Chapter 4 .Chapter 5 , Chapter 6 , Chapter 7 , Chapter 8 

 

* กรุณาอย่านำไปเผยแพร่โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต เห็นใจกันบ้างถ้ายังมีจิตสำนึก *

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
Chapter 2 ::Chiaro
 

           “มุคุโร่คุงช่วยเป็นแฟนกับชั้นด้วยนะ...”

            “บ้าหรอครับ!! ผมเป็นผู้ชายนะ จะมาขอผมเป็นแฟนเนี้ย บ้าแล้วหรอครับ” มุคุโร่ลุกพรวดขึ้นทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำราวกับมะเชือเทศ นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างอย่างตกใจมากกว่านั้นเมื่ออีกฝ่ายเขยิบเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างๆ หูเบาๆ

            “...ไม่ดีหรือไง ได้เป็นแฟนกับคนหน้าตาดีอย่างชั้น หรือเธออยากได้มากกว่านั้น...”

 

            เผียะ!!!

 

          “แค่เห็นหน้าคุณผมก็สะอิดสะเอี้ยนเต็มทนแล้วละครับ ไม่จำเป็นจะต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก!!!”มุคุโร่ตวาดใส่หลังจากที่อีกฝ่ายโดนลูกตบเข้าไป  บนใบหน้าอันหล่อเหลามีรอยแดงรูปฝ่ามือน้อยๆ ของอีกฝ่ายตราอยู่บนใบหน้า  ก่อนที่มุคุโร่จะเดินปลีกออกไปนอกห้องโดยไม่สนใจเสียงนินทารอบข้าง

            เขาเดินไปตามระเบียงทางเดิน  นัยน์ตาสองสีเริ่มมีน้ำตาคลอ จนเกือบจะไหลลงมาถ้าเขาไม่ปาดมันออกไปซะก่อน

            …คนแบบนั้นน่ะ ถึงตายผมก็ไม่มีทางเป็นแฟนด้วยเด็ดขาด!!!...

            “มุคุโร่ เป็นอะไรไปน่ะ?”

            “พ...พี่ทาเคะ!!!”มุคุโร่หันไปตามเสียงก็พบกับพี่ชายคนรองที่มาเกาะไหล่เขาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้  และแน่นอนเมื่อน้องมีปัญหาและเห็นหน้าพี่ก็ต้องมีการกลั้นน้ำตาไม่อยู่บ้างละ  มุคุโร่วิ่งโผกอดพี่ชายคนรองแล้วปล่อยโฮทันที  ทาเคชิตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังพอคุมสติได้

            “มุคุโร่...มีอะไรก็บอกพี่สิ พี่ช่วยแก้ปัญหาได้นะ”ปากพูดไปงั้นแต่ที่จริงยังนึกไม่ออกว่าน้องเขาเป็นอะไร เพราะปรกติน้องเขาไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่โรงเรียน สถานที่ที่น้องเขาจะไม่มีวันปล่อยน้ำตาออกมาเด็ดขาด “เอางี้ ปรึกษาพี่เคียวยะกับฮายาโตะก่อนไหม จะได้มีคนช่วยหลายๆ ทางไง”

            มุคุโร่เงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มหวานจนทาเคชิเกือบจะหลงเสน่ห์น้องตัวเอง “ครับ พี่ชาย”

 

 

            “...เรื่องมันเป็นแบบนี้งั้นหรอ?”เคียวยะพูดขึ้นหลังจากที่มุคุโร่เล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาให้พี่ชายทั้งสามฟัง แต่เอ๊ะ? ทั้งสี่คนไม่ไปเรียนหรอ?

            “ว่าแต่...ไม่ให้ผมเข้าเรียนมันจะดีหรอครับ พี่เคียว?”มุคุโร่ถามเสียงอ่อย เขาเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยโดดเรียน  แต่ว่าโดดเรียนในชื่อประธานกรรมการรักษากฏแถมยังเป็นพี่ชายเขาอีกนี่มัน....

            “ช่างเถอะ เรื่องของแกสำคัญกว่า”เคียวยะว่าพลางยกน้ำชาขึ้นจิบ มุคุโร่ยิ้มน้อยๆ

            ...พี่ชายก็...ปากแข็งทุกทีสินะครับ...

            “แต่ชั้นว่าหมอนั่นพูดแรงกับน้องเรามากไปนะ มันถึงขั้นว่ามุคุโร่เสียบริสุทธิ์ไปเลยนะนั่นน่ะ”ทาเคชิว่า

            “ระเบิดบ้านมันซะเลยไหมพี่เคียว”ฮายาโตะว่าพลางคว้าระเบิดมาไว้ในมือ ใครที่บังอาจทำให้น้องเขาร้องไห้มันต้องตายด้วยน้ำมือเขา!!!

            “อย่าดีกว่า ชั้นไปสืบประวัติหมอนั่นมาแล้ว...”เอกสารกองใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะน้ำชาที่พวกเชานั่งกันอยู่ มุคุโร่มองเอกสารนั้นอย่างไม่เข้าใจ

            “หมายความว่ายังไงหรอครับพี่เคียว?”

            “เบียกคุรัน ลูกชายของหัวหน้ามาเฟียแก๊งมิลฟีโอเล่ เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าแก๊งคนต่อไป ความสามารถที่เป็นที่หนึ่งคือ ความแม่นปืน ความโหดเหี้ยม การวางแผนเป็นเลิศ เจ้าเล่ห์ และเพลย์บอยแห่งนามิโมริ

            ว่ากันว่ารอยสักที่ใต้ตานั้นคือสัญลักษณ์ของหัวหน้าแก๊งมิลฟีโอเล่ มีความเป็นไปได้ว่าหมอนั่นได้เป็นหัวหน้าแก๊งแล้ว  ถ้าขืนเราบุกไปฆ่ามันสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วละก็...พวกเรานั่นแหละที่จะตายเอง”เคียวยะร่ายยาวก่อนที่จะทิ้งตัวลงกับเก้าอี้นวมแล้วยกน้ำชาขึ้นมาจิบอีกครั้ง

            ทาเคชิ  ฮายาโตะ  และมุคุโร่กลืนน้ำลายดังเอื้อก ก่อนที่ตัวต้นเรื่องจะพูดขึ้น “คนอันตรายแบบนี้ผมว่าพวกเราไม่ควรเข้าใกล้เลยนะครับ ทางที่ดีเจอแล้วหนีออกห่างดีกว่าไหมครับ?”

            “ทำไมจะต้องออกห่างจากชั้นละ มุคุโร่คุง~~~”เสียงสยอง (สำหรับมุคุโร่) ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องรับรองของโรงเรียน นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างขึ้นในขณะที่พี่ชายทั้งสามเริ่มปล่อยรังสีอำมหิตออกมา

            ...ข้ามศพพวกชั้นไปก่อนถึงไปจะได้แตะต้องน้องชั้น!!!...

            “คุณน่ะไปไกลๆ ผมเลยไป!!! ไม่ต้องมายุ่งกับผม”มุคุโร่ลุกพรวดแล้วว่าใส่เบียกคุรัน เบียกคุรันยักไหล่ก่อนที่จะเดินมาหามุคุโร่ มุคุโร่ค่อยๆ เดินถอยหลังกลัวว่าคนตรงหน้าจะทำอะไรเขา เคียวยะเห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้ามาขวางพร้อมกับทาเคชิและฮายาโตะ

            “ขอเชิญนายกลับห้องเรียนไปได้แล้ว นี่มันเวลาเรียน ไม่ใช่เวลามาเดินเล่น”

            “หืม~~ ถ้าพวกเธอมาเดินเล่นได้ชั้นก็เดินเล่นได้เหมือนกันนะ  เคียวยะคุง  ทาเคชิคุง ฮายาโตะคุง”เบียกคุรันว่าพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาสีอเมทิสต์ทอดมองไปยังร่างของมุคุโร่ที่ยืนอยู่ข้างหลัง “อย่าลืมสิว่าชั้นเป็นใคร ข้อมูลของชั้นชั้นก็ส่งให้แล้วนี่น่า~~”

            “แกจงใจส่งมา?”

            เบียกคุรันยิ้มร่า “ข้อมูลของมาเฟียใครจะเปิดเผยมากขนาดนี้ละ ทั้งข้อมูลวันเกิด ส่วนสูง งานอดิเรก พ่อชื่ออะไรแม่ชื่ออะไร แถมยังบอกสัญลักษณ์ของหัวหน้าแก๊งอีกต่างหาก ถ้าไม่จงใจความลับก็รั่วไหลน่ะสิ~~”

            “แกจะเป็นใครก็ช่าง อย่ามายุ่งกับน้องชั้น”

            “คงจะไม่ได้หรอกนะ เพราะน้องเธอน่ะ น่ารักซะขนาดนี้น่ะนะ~~”เขาว่าพลางส่งสายตามองร่างบางของมุคุโร่อย่างกรุ้มกริ่ม มุคุโร่จ้องมองเขากลับอย่างโกรธเคือง เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามใบหน้าก่อนที่จะร่างของมุคุโร่จะค่อยๆ ล้มลงไปกับพื้น...

            นัยน์ตาเรียวสีดำของเคียวยะเบิกกว้าง ก่อนที่จะทรุดตัวลงแล้วอุ้มร่างบางของน้องชายขึ้นมา “ชั้นจะไปห้องพยาบาล”

 

 

            “อ่อ...สงสัยเป็นเพราะเครียดจัดน่ะจ้ะ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะจ้ะ”เสียงของอาจารย์ห้องพยาบาลแสนสวยเอ่ยขึ้นกับพี่ชายคนโตของมุคุโร่ เคียวยะเหลือบมองน้องชายสุดท้องของตนเองก่อนที่จะถามอาจารย์ห้องพยาบาลอีกครั้ง

            “ถ้าชั้นจะอยู่เฝ้าละ”

            “ก...ก็ตามสบายจ้ะ^^”

            อาจารย์ห้องพยาบาลเดินเลี่ยงจากเคียวยะไปอย่างหวาดๆ เพราะกลัวพี่แกเสยทอนฟาใส่  เคียวยะนั่งลงที่เก้าอี้สำหรับเวลามาเฝ้าผู้ป่วยก่อนที่จะลูบหน้ามุคุโร่เบาๆ

            “เครียดอะไรนักหนาน่ะ เจ้าพืชไร่ อยากป่วยเป็นโรคเครียดแล้วตายหรือไง”เคียวยะพูด “มีอะไรก็ปรึกษาชั้นได้ทำไมไม่ปรึกษานะ ชั้นเป็นพี่แกนะ”

            “ผมก็เครียดเรื่องในโรงเรียนนั่นแหละครับ และถ้าขืนผมบอกพี่ พี่ก็คงไปจัดการพวกนั้นที่นินทาว่าผมใช้อำนาจพี่ถึงสอบได้คะแนนดี”เสียงหวานของมุคุโร่เรียกให้เคียวยะสะดุ้ง ก่อนที่จะมองน้องชายตัวเองด้วยสายตาเย็นชาปนอายๆ นิดๆ ที่ตัวเองแสดงความเป็นห่วงให้เขาเห็น

            “คึหึหึหึ~~~ พี่เป็นห่วงผมก็บอกมาเถอะครับ ผมไม่ได้ว่าอะไรหรอก”

            “ใครเป็นห่วงแก!!”เคียวยะตวาดเสียงดังแต่ใบหน้ายังคงแดงเล็กน้อยเพราะโดนน้องแซว

            “ฮะๆ ช่างมันเถอะครับ พี่ไปเรียนก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมขอพักก่อน”ว่าพลางหันหน้าหนี เคียวยะมองใบหน้าครึ่งนึงของมุคุโร่แล้วถอนหายใจ

            “ชั้นไม่ไปจนกว่าแกจะเล่าว่าแกเครียดเรื่องอะไรบ้างและเพราะอะไรแกถึงเครียดถึงขนาดเป็นลมเหมือนผู้หญิง”

            มุคุโร่หันกลับมา “พี่จะฟังแน่หรอครับ?”

 

--------------------------------------------------------

 


 

 

 

Chapter 3 ::Amo mio fratello


 

            “พี่จะฟังแน่หรอครับ?”

            เคียวยะนั่งนิ่งพร้อมกับจ้องดวงตาสองสีของมุคุโร่ที่อ่านยากอย่างเอาเรื่อง  มุคุโร่ถอนหายใจ “ผมไม่ได้ว่า ว่าพี่จะไม่ฟังผม แต่ผมอยากรู้เฉยๆ ว่า พี่จะเชื่อหรือเปล่าก็เท่านั้น”

            เคียวยะเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มอีกนิด “ชั้นเชื่ออยู่แล้ว ก็แกเป็นน้องชั้นนี่หว่า”

            มุคุโร่ยิ้มน้อยๆ ให้พี่ชายคนโตที่วางฟอร์มมากท่า แต่เวลาน้องเป็นอะไรไปมักจะช่วยเหลือตลอด เด็กหนุ่มเริ่มเล่าเรื่องของตนเองให้พี่ชายฟังทันที

            “ผมย้ายมาที่นี่ตอนปี1 ใช่ไหมครับ ช่วงนั้นถ้าผมจำไม่ผิดพี่ได้ตำแหน่งประธานกรรมการรักษากฎพอดี ตั้งแต่ที่ผมย้ายมานั้นทั้งห้องก็นินทาว่า ผมใช้เส้นสายและอิทธิพลของพี่เข้ามาเรียน และแก้คะแนนสอบให้มันดีกว่าของคนอื่น รวมทั้งข้อสอบในชั้นเรียนด้วย แถมยัง…”

            เด็กหนุ่มเงียบไปจนเคียวยะรู้สึกผิดสังเกต  ก่อนที่จะมองใบหน้าของมุคุโร่ที่ก้มลงไม่สบตากับเขา เขาจับใบหน้าของมุคุโร่ขึ้นมาก่อนที่จะตกใจ เพราะนัยน์ตาสองสีของน้องชายเขาเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา เคียวยะตั้งสติได้ก่อนที่จะถามต่อ “ทำไม นอกจากเรื่องคะแนนสอบ มันมีอะไรมากกว่านั้นอีกหรือไง”

            “…เพราะตาของผม มันเป็นดวงตาวัฏสงสาร จึงไม่มีใครอยากเข้าใกล้ กลัวว่าหากผมโกรธขึ้นมาจะใช้ดวงตานี้ทำร้ายพวกเขา ผมไม่มีเพื่อนเลยครับพี่เคียว ผ…ผมมันน่ารังเกียจมากขนาดนั้นเลยหรอครับ!!”

            เคียวยะรวบตัวน้องเข้ามากอดแล้วลูบศีรษะอย่างแผ่วเบา  เขาเข้าใจความรู้สึกของมุคุโร่ดี มุคุโร่แบกรับความรู้สึกที่ว่า ตนเองทำให้แม่ตาย มาตลอด เพราะตั้งแต่ที่แม่ของพวกเขาคลอดมุคุโร่แล้ว แม่ก็เสียชีวิตลงทันที พ่อเขาจึงคิดว่ามุคุโร่คือสาเหตุที่ทำให้แม่ของพวกเขาตายทั้งๆ ที่อีกฝ่ายไม่มีความผิดอะไรเลย

            ตั้งแต่เด็กมุคุโร่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาตลอด ถึงแม้จะมีพวกเขาซึ่งเป็นพี่ชายเล่นด้วย  แต่ถ้าหากพ่อมาเจอเมื่อไหร่พวกเขาจะต้องออกห่างจากมุคุโร่ เพราะฉะนั้นน้องเขานั้นเรียกได้ว่า อยู่คนเดียวมาตลอดจริงๆ

            “แกไม่ผิดหรอก ไม่ผิดเลยด้วยซ้ำ ช่างพวกนั้นไปเถอะ แกมีดวงตาวัฏสงสารน่ะดีแล้วนะ เพราะแม่น่ะเป็นคนมอบดวงตานี้ให้กับแกก่อนที่จะตายไป แกไม่ต้องโทษตัวเองหรอกนะ ตั้งแต่พ่อตายไปพวกเราก็อยู่ด้วยกัน รักกันเป็นพี่น้องมากขึ้น ได้กินได้เล่นด้วยกันมากกว่าเดิมแล้วแกยังจะคิดว่าแกอยู่คนเดียวอีกหรือไง แกไม่เห็นชั้นเป็นพี่แกแล้วหรอ?”

            เสียงทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยนในขณะที่คนในอ้อมกอดก็ร้องไห้ไป  ดวงตาสองสีนั้นเริ่มมีน้ำตาไหลมากกว่าเดิม

            ..พี่เคียวนะพี่เคียว พูดซะซึ้งจนผมร้องไห้เลยรู้ไหมครับ…

            “ข…ขอบคุณครับพี่เคียว ขอบคุณที่ยังยอมรับผม ขอบคุณที่ยังเห็นผมเป็นน้องพี่”

            “เหอะ ไม่เห็นแกเป็นน้องแล้วจะให้ใครเป็นอีกละ ไอ่พวกที่เหลือมันก็ดีแต่ปากละหว่า ชั้นเป็นพี่คนโตต้องดูแลพวกแกสิว่ะ”

            มุคุโร่เงียบฟังพี่ชายตัวเองบ่นไปยิ้มไป  พี่ชายของเขารักเขาเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  พี่ชายของเขาจะเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ  เป็นที่ปรึกษาให้เขาเสมอ

            …ผมรักพี่ชายครับ…

 

 

            ทางด้านทาเคชิและฮายาโตะนั้นยืนอยู่หน้าห้องพยาบาลรอเคียวยะออกมา  ทาเคชิหัวเราะร่วนกับท่าทางของฮายาโตะที่อยากจะเขวี้ยงระเบิดใบมือใส่เคียวยะ

            “พี่ทาเคะ มันแย่งบทที่ชั้นควรจะไปปลอบมุคุโร่ชัดๆ นะ พี่หัวเราะทำไมว่ะ”

            “ฮะๆ ก็หัวเราะในท่าทางของนายไง รักมุคุโร่มากขนาดนั้นเลยหรอฮายาโตะ”ทาเคชิหัวเราะต่อ

            “โวย!!! ก็ผชั้นเป็นพี่ชายที่สนิทกับมันที่สุด  ไหงพี่เคียวดันได้บทเด่นว่ะ”(แค้นต่อไปเถอะฮายาโตะ สะใจแก ฮ่าๆ-ไรเตอร์)

            “ฮะๆ เอาเถอะ นายกับชั้นกลับห้องเรียนกันก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวอาจารย์เดินมาเจอเข้า พี่เคียวจะอาละวาดมากกว่านี้นะ”ว่าพลางลากคอเจ้าตัวปัญหาที่โวยวายตลอดทางเดินที่เขาลาก  ทาเคชิหัวเราะกับท่าทีของน้องชายคนโตของเขาที่เหมือนจะห่วงมุคุโร่มากเกินเหตุ  แต่ยังไงซะเขาก็ควรกลับห้องก่อนจะเจอะอาจารย์ละกันนะ

 

 

            “งั้นชั้นกลับห้องก่อนละ โดดเรียนมานานแล้ว แกก็รีบรักษาตัวด้วยละ ไอ่พืชไร่”

            “คร้าบๆ พี่เคียว”

            เคียวยะเดินออกจากห้องพยาบาลเพื่อไปยังห้องเรียนของตัวเอง ดวงตาสองสีมองแผ่นหลังของพี่ชายคนโตที่เดินออกไปก่อนที่เขาจะเอนกายนอนลงพร้อมกับดวงตาสองสีที่ค่อยๆ ปิด แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีใครบางคนเดินเข้ามาในห้องพยาบาล  นัยน์ตาสองสีไปมองก็ต้องเบิกกว้างเพราะ...

            ...คนที่เข้ามาคือ เบียกคุรัน!!!...

 

            “คุณมาที่นี่ทำไม!!!” เสียงหวานแข็งกร้าวขึ้นทันที ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังตอนนี้เปลี่ยนเป็นแววโรจน์ ริมฝีปากบางเม้มแน่นก่อนที่จะเอ่ยต่อ “ห้ามเข้าใกล้ผมเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม”

            “เอ๋? มันเป็นสิทธิของชั้นไม่ใช่หรอ มุคุโร่คุง”

            “มันก็เป็นสิทธิของผมที่จะไม่ให้คุณเข้ามาใกล้ผมเหมือนกัน!!!”

            เบียกคุรันยิ้ม “ชั้นน่ะแค่อยากถามเรื่องอะไรบางอย่างกับเธอก็เท่านั้นเอง”

            “คุณมีอะไรสงสัยเกี่ยวกับตัวผมไปถามพี่เคียว พี่ทาเคะ และพี่ฮายะสิครับ ไม่จำเป็นต้องมาถามผม”มุคุโร่ยังคงหลีกเลี่ยงไม่ให้อีกฝ่ายเข้าใกล้และถามอะไรเกี่ยวกับตนเองตรงๆ

            “แต่ชั้นถามฟังจากปากเธอ”ร่างสูงค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้มากขึ้นจนร่างบางต้องถอยจนชิคขอบเตียง “ชั้นอยากถามเธอ  อยากฟังจากปากเธอ นะมุคุโร่คุง”

            “ผมไม่ตอบคำถามของคุณ”

            “หึหึ..งั้นก็มาดูสิว่าเธอจะทนชั้นได้สักเท่าไหร่ถ้าเธอไม่ตอบ...”

            ว่าแล้วร่างสูงก็กดร่างบางลงกับเตียงทันที!!

 

 

------------------------------------------------------------

 


 

 

 

Chapter 4 :: Non è il vostro giorno

(ครอบขาวตั้งแต่เริ่มต้น)

 


 

            “ค...คุณจะทำอะไรน่ะค...คุณเบียกคุรัน”เสียงหวานเอ่ยท้วงกับการกระทำตรงหน้า  เบียกคุรันยิ้มกริ่มก่อนที่จะตอบคำถามของอีกฝ่าย

            “หึหึ...ก็ให้เธอเป็นของชั้นไงละ มุคุโร่คุง”ริมฝีปากบางถูกประกบจูบด้วยริมฝีปากได้รูปของอีกฝ่าย ร่างบางดิ้นเพื่อที่จะหนีจากร่างสูงที่ทำร้ายเขาอยู่เบื้องหน้า  ปลายเท้านุ่มพยายามยกขึ้นเพื่อหวังจะถีบอีกฝ่ายให้กระเด็น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆ เขาก็รู้สึกเสียวซ่านบริเวณหน้าอก  มือหนาของอีกฝ่ายคลึงยอดอกสีหวานอย่างแผ่วเบา เรี่ยวแรงที่คิดจะประทุษร้ายคนตรงหน้าจึงหมดไปโดยไร้สาเหตุ

            “พ...พอเถอะครับ...อ...ผ...ผมไม่ชอบ...”เสียงหวานค่อยๆ แผ่วลงราวกับว่าพยายามกลั้นเสียงแห่งความต้องการไว้  ร่างสูงปลดเสื้อของอีกฝ่ายออกก่อนที่จะประกบจูบอีกครั้ง  ลิ้นเปียกสอดเข้าไปควานหาความหวานจากปากของร่างบาง ก่อนที่จะตวัดอย่างช่ำชองภายในปากจนมุคุโร่หายใจเริ่มไม่ทัน

            ลิ้นเปียกลากจากปากลงมายังซอกคอ กับที่จะขบเม้มเบาๆ “อ...อึก...”

“ดูเหมือนว่า ร่างกายเธอจะต้องการชั้นนะ มุคุโร่คุง...”ลิ้นของเขาลากลงต่อมาจนถึงยอดอก  ก่อนที่จะเขาจะค่อยๆ ละเมียดละไม “ร้องให้มันดังๆ สิ มุคุโร่คุง”

            “ป...ปล่อยผม...”ริมฝีปากบางพยายามอ้าออกเพื่อบอกสิ่งที่ตนเองต้องการ ถึงแม้ว่าการอ้าปากออกนั้นจะทำให้เสียงนั้นดังออกมา แต่เขาก็พยายามกลั้นเอาไว้เหมือนเคย ดวงตาสีอเมทิสต์ทอดมองร่างบางที่นอนอยุ่ด้านล่างของเขา ไหล่บางที่เหมือนผู้หญิงสั่นไหวราวกับหวาดกลัว

            “งั้นตอบชั้นมาได้ไหม?”

            “ถ้าเป็นคำถาม...อึก...ท...ที่ผมตอบได้ ผ...ผมก็ตอบครับ”มุคุโร่ตอบเสียงสั่น ตอนนี้เขาอยากจะร้องไห้แล้ว มือหนาของอีกฝ่ายเลื่อนจากยอดอกขึ้นมาที่ดวงตาข้างขวาของเขาจนเขาสะดุ้ง

            “ดวงตานี้น่ะ...เธอใช้มันเพื่อชั้นได้ไหม?”

            “...ร...เรื่องอะไรครับ คุณจะให้ผมใช้มันทำอะไรที่ชั่วๆ หรือยังไง”

            เบียกคุรันยิ้ม “ก็แค่กำจัดคนคนนึงเท่านั้น”

            “ผมไม่มีทางทำให้คุณ!!”

            “’ถ้างั้น...เรามาต่อกันเถอะ”ว่าแล้วร่างสูงก็ปลดกางเกงของอีกฝ่ายออก นัยน์ตาสองสีจ้องมองอย่างตกใจ “ค...คุณจะทำอะไรน่ะ”เบียกคุรันยิ้มให้เป็นคำตอบ ก่อนที่จะสอดนิ้วเข้าไปทางช่องแคบของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว

            “อ...อ๊า”เสียงหวานครางลั่นเรียกอารมณ์ของอีกฝ่ายได้อย่างดี ร่างสูงเพิ่มจำนวนนิ้วของตนเองได้เรื่อยๆ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม จากสามเป็นสี่ จนเจ้าของเสียงหวานตะกี้ต้องดึงเสื้อของตนเองมาอุดปากไว้เพื่อกลั้นเสียงของตนเองที่จะดังลั่นไปมากกว่านี้

            “ครั้งแรกงั้นหรอ?” นิ้วเรียวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำรักยกขึ้นแล้วเลียไล่ไปทีละนิ้วราวกับว่ามันเป็นของหวานอันน่าลิ้มลอง ดวงตาสองสีที่ปรือเพราะความเหนื่อยอ่อนมองภาพนั้นอย่างขยะแขยง “ชั้นยิ่งชักอยากจะได้ตัวเธอแล้วสิ” ว่าแล้วร่างสูงก็ดึงร่างบางเข้ามาประกบจูบ มุคุโร่ดิ้นรนอย่างสุดแรง ลิ้นเปียกสอดเข้ามาตวัดกับลิ้นของร่างบางอย่างช่ำชอง ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ลิ้นเปียกควานความหวานจากปากของร่างบาง เรี่ยวแรงของร่างบางลดถอยลงอย่างรวดเร็ว เลยกลายเป็นว่าอีกฝ่ายรับสัมผัสจากร่างสูงซะได้

            “อ...อื้อ~~~”ปลายเท้านุ่มที่สวมถุงเท้าไว้พยายามถีบร่างสูงที่พยายามจะสัมผัสยอดอกของเขาออก แต่จู่ๆ อีกฝ่ายก็เลื่อนมือไปทางด้านหลังของเขา...

            “อ...อึก...อ๊า~~”นิ้วเรียวสอดไปทางด้านหลังอย่างรุนแรงจนร่างบางเกือบหมดเรี่ยวแรงไปในทันที มือบางพยายามผลักร่างของอีกฝ่ายออกไปจากกายของเขา เสียงลมหายใจที่ไม่เป็นจังหวะทำให้เขารู้สึกเหมือนจะหมดสติ ร่างสูงเงยหน้ามองใบหน้าหวานที่ชุ่มไปด้วยเหงื่ออย่างหลงใหล

            “อย่าเพิ่งหมดแรงสิ ชั้นยังไม่เสร็จเลย”

            “หึ...”ริมฝีปากบางเหยีดรอยยิ้มออก แต่จู่ๆ เบียกคุรันก็ต้องออกห่างจากร่างบางเมื่อนัยน์ตาข้างขวาแปรเปลี่ยนจากอัษรเลขหกเป็นเลขสาม!!  เบียกคุรันตีลังกาหมุนตัวออกห่างจากร่างของเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงอย่างรวดเร็ว  เมื่อปลายเท้าของชายหนุ่มแตะกับพื้นก็ปรากฏงูเลื้อยขึ้นมาจากใต้พื้นดินทันที  ดวงตาสีเมทิสต์ไม่มีแววตกใจหรืออย่างไร มีเพียงแค่แววสนุกเท่านั้นที่ปรากฏให้เห็น  ร่างบางรีบสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วทั้งๆ ที่ยังโจมตีอีกฝ่าย  เบียกคุรันยิ้มเย้ยหยันให้มุคุโร่

            “เล่นแรงจังเลยนะ มุคุโร่คุง”

            “สำหรับคุณมันแค่เริ่มต้นเท่านั้นครับ”

            “หว้า~~~ ถ้าอย่างนั้นชั้นกำจัดพวกนี้ไปละกันนะ”

            จู่ๆ เหล่าสัตว์เดรัจฉานก็หายไปจากบริเวณนั้นทันที  ดวงตาสองสีของมุคุโร่ไม่มีแววตกใจ  นัยน์ตาข้างขวาแปรเปลี่ยนเป็นเลขสี่  และเขาก็หายลับไปกับสายลมทันที  เบียกคุรันยิ้มกว้าง

            “ถึงจะหนีชั้นไป ยังไงเธอก็ต้องเป็นของชั้นอยู่ดีนะ มุคุโร่คุง”

 

 

            แฮ่กๆ หนีมาได้แล้วสินะ...

           

            มุคุโร่หันกลับไปมองด้านหลังของตนเองอย่างหวาดๆ เขาหนีออกมาจากห้องพยาบาลสำเร็จแล้ว  และคงจะต้องแอบไปหลบอยู่ที่ห้องรับรองของเคียวยะก่อนจะเป็นการดีที่สุด  ขาของเขาเริ่มออกเดินอย่างรวดเร็ว  ดวงตาสองสีตอนนี้กวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวง ก่อนที่จะรีบเลี้ยวเข้าไปยังห้องรับรองของเคียวยะอย่างรวดเร็ว

 

            ปัง!!!

 

          “ใครบังเอิญเข้ามาในห้องประธานกรรมการแล้วไม่เคาะประตูก่อน”เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นราวกับจะข่มขู่คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ มุคุโร่เลิกคิ้วอย่างชั่งใจก่อนที่จะตะโกนตอบ

            “ผมเองครับพี่เคียว”

            “แกมาอีกทำไมว่ะ ทำไมไม่นอนพัก”สิ้นเสียงของมุคุโร่ เคียวยะก็โผล่ออกมาให้เห็นหัวทันที มุคุโร่ทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชายก่อนที่จะหลีกเลี่ยงคำถามของเคียวยะ

            “ช่างมันเถอะครับ ตอนนี้เรียกพี่ทาเคะกับพี่ฮายะมาก่อนเถอะครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษาด่วนอย่างที่สุด”

 


 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

อัพ 3 ตอนรวดเลยค่ะ  เพราะว่ากำลังเร่งตามให้ทันในบทความในเด็กดี = =;;;;

 

 

ขอกำลังใจด้วยนะเออ *-*

 

เฟรมรักทุกคนนะ จูดู๊บ !!!

 

ปล.พรุ่งนี้ว่าจะคอสมุคุโร่ละ มีใครสนใจเป็นเบียกให้มั้ย A.A